ทำไมฉันถึงเริ่มอ่านนิยายตอนอายุ 48 และเขียนตอนอายุ 50
จุดเริ่มต้นที่ไม่คาดคิด
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะกลายเป็นนักเขียนนิยาย เพราะชีวิตก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยการอ่านหนังสือเชิงวิชาการเพียงอย่างเดียว ฉันเคยวางแผนไว้ล่วงหน้าว่า เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณจะเป็นนักเขียนสายความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมา เพื่อให้เป็นประโยชน์กับคนรุ่นหลัง แต่เส้นทางกลับไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ทั้งหมด จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อฉันอายุ 48 ปี
การค้นพบโลกของนิยายยูริ
ฉันได้ดูละครเรื่อง “ทฤษฎีสีชมพู (GAP The Series)” และประทับใจการแสดงของน้องฟรีนและน้องเบคกี้ จนเกิดความอยากรู้อยากเห็นว่านิยายที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครนั้นมีหน้าตาอย่างไร และได้ข่าวว่าละครเรื่องต่อไปของน้องฟรีนและน้องเบคกี้คือเรื่อง “ปิ่นภักดิ์” ฉันตัดสินใจซื้อ “ปิ่นภักดิ์” มาอ่าน มันคือนิยายเล่มแรกในชีวิตของฉัน และกลายเป็นประตูบานใหญ่ที่พาฉันเข้าสู่โลกใหม่โดยไม่รู้ตัว
จากที่คิดว่าอ่านเพียงครั้งเดียวก็คงพอ แต่กลับกลายเป็นว่าฉันอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัสจากหนังสือวิชาการปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ฉันจึงเริ่มค้นหานิยายเรื่องอื่น ๆ และพบกับแพลตฟอร์ม mebmarket ที่มีนิยายยูริให้เลือกอ่านมากมาย เพียงไม่นานฉันก็ดำดิ่งไปกับการอ่านจนสะสมผลงานไว้กว่าสองร้อยเล่ม ต่อมาก็ได้รู้จัก readawrite ที่เปิดประสบการณ์ใหม่ในการจ่ายเงินปลดเหรียญเพื่ออ่านอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าโลกทั้งใบของฉันในเวลานั้น คือ การอ่านนิยายยูริแทบไม่หยุดพัก
แรงบันดาลใจที่ผลักดันให้เขียน
เมื่ออ่านมากพอ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจว่า “ฉันเองก็น่าจะเขียนได้เหมือนกัน” ประโยคนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันตัดสินใจจริงจัง การวางแผนที่จะเป็นนักเขียนเชิงวิชาการถูกเลื่อนไปไว้ข้างหลัง เพราะตอนนี้หัวใจเรียกร้องให้ฉันสร้างเรื่องราวที่อบอุ่นและโรแมนติกแบบยูริเป็นลำดับแรก
ในวัย 50 ปี ฉันจึงเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ในฐานะนักเขียนนามปากกา “บุญรัก” และเขียนนิยายเล่มแรกสำเร็จ แม้มันจะไม่ใช่เส้นทางที่เคยวาดฝันไว้ตั้งแต่ต้น แต่กลับเป็นเส้นทางที่ทำให้ฉันได้ค้นพบความสุขอีกแบบหนึ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
อนาคตที่ยังไม่หยุดอยู่แค่ยูริ
การเริ่มต้นเขียนนิยายยูริไม่ได้หมายความว่าฉันจะหยุดเพียงเท่านี้ ฉันยังคงมองไปข้างหน้าและเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทดลองแนวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรแมนติกทั่วไปหรือแม้แต่งานเขียนเชิงวิชาการที่ยังอยู่ในแผน เพียงแต่ตอนนี้ฉันเลือกที่จะให้หัวใจเป็นผู้นำทาง และปล่อยให้เรื่องราวความรักของผู้หญิงกับผู้หญิงเป็นก้าวแรกของเส้นทางนักเขียน
จากการไม่เคยอ่านนิยายเลยในชีวิต มาสู่การอ่านอย่างจริงจังเมื่ออายุ 48 ปี และการเริ่มต้นเขียนเล่มแรกในวัย 50 ปี มันพิสูจน์ให้ฉันรู้ว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไป สำหรับการทำตามความฝัน เส้นทางนี้อาจเริ่มช้า แต่ก็เต็มไปด้วยความหมาย และทุกตัวอักษรที่เขียนลงไป คือ การยืนยันว่าความฝันสามารถเริ่มต้นได้ทุกเมื่อ หากเรากล้าที่จะลงมือทำ

Facebook Comments